ความทรงจำ ณ "...สถานีกรุงเทพ..."
- NA SIAM OFFICIAL

- Jul 13, 2020
- 1 min read

"สถานีหัวลำโพง" เป็นสถานที่ผมเคยได้ยินมาตั้งแต่เด็ก เมื่อเราจะเดินทางจากต่างจังหวัดมากรุงเทพจะต้องนั่งรถไฟมาที่สถานีหัวลำโพง แต่ที่จริงแล้วสถานีแห่งนี้คือ "สถานีกรุงเทพ" ไม่ใช่สถานีหัวลำโพง และผมเพิ่งมารู้เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เองว่า สถานีหัวลำโพงเคยมีอยู่จริงแต่ตอนนี้ไม่มีสถานีนี้อีกแล้ว
ผมเคยนั่งรถไฟครั้งแรกจากต่างจังหวัดมาสถานีกรุงเทพเมื่อครั้งยังเด็กอายุราวๆ 5-6 ขวบ แต่ตอนนั้นจำอะไรไม่ค่อยได้เลย และหลังจากนั้นก็ไม่ได้มาสถานีนี้อีกเลยจนกระทั่งผมอายุ 17 ปี เมื่อครั้งปิดเทอมใหญ่ ม.5 แล้วเดินทางโดยรถไฟมากรุงเทพเพื่อที่จะมาทำงานช่วงปิดเทอม...ตอนนั้นเลยเป็นครั้งแรกที่จำความสวยงามและความยิ่งใหญ่ของสถานีแห่งนี้ได้ ผมจำได้แม้กระทั่งเคยนั่งรถเมลสาย 75 ที่ริมคลองตอนเช้าตรู่ได้

ผ่านมาสิบกว่าปี สถานีแห่งนี้ก็ยังคงสวยงามและยังคงเป็นสถานีหลักสำหรับประชาชนที่ต้องใช้บริการรถไฟในการเดินทางไปทั่วทุกภาคของประเทศ และช่วงวันหยุดที่ผ่านมา (12 ก.ค.2563) ผมเลยถือโอกาสนี้ออกมาถ่ายความสวยงามและจุดสำคัญๆของสถานีแห่งนี้ไว้เป็นที่ระลึก

จุดแรกที่ผมอยากจะมาเก็บภาพคือ สวนหย่อมเล็กข้างหน้าสถานีและจะมีอนุสรณ์เล็กๆตั้งอยู่ เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่สอง จุดนี้คือหลุมหลบภัยทางอากาศ เมื่อสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น ประชาชนก็จะวิ่งลงไปหลบอยู่ในหลุมแห่งนี้ ปัจจุบันจุดนี้ได้ปรับปรุงให้เป็นสวนหย่อมและน้ำพุแล้ว ใครเดินผ่าน สามารถถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้นะครับ

จุดที่สอง คือ ห้องโถงใหญ่สำหรับผู้โดยสาร จุดนี้เป็นจุดที่รวมทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับผู้โดยสารไว้ เช่น จุดขายตั๋วโดยสาร ร้านอาหาร ร้านกาแฟ จุดนั่งพัก ห้องน้ำ และมุมถ่ายรูปสวยๆ จุดนี้ตั้งแต่แรกเริ่ม รถไฟสามารถวิ่งเข้ามาถึงตรงนี้ได้ กาลเวลาผ่านไปและจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มมากขึ้น ทางสถานีเลยได้ปรับปรุงจุดนี้ให้กลายเป็นห้องโถงใหญ่สำหรับรับรองผู้โดยสารแทน


อีกหนึ่งจุดที่สำคัญบริเวณนี้คือ นาฬิกาและกระจกสีที่ติดตั้งมาตั้งแต่แรกเริ่ม และยังคงใช้จนถึงปัจจุบัน ผู้โดยสารสามารถดูเวลาได้ทั้งในและนอกสถานี เรือนนาฬิกาถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศและเป็นเรือนที่ไม่ได้ระบุบริษัทที่ผลิต และถ้าสังเกตุดีๆบนหน้าปัดนาฬิกาจะมีเลข 1 ถึง 24 และนี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ไทยได้ใช้เวลาระบบ 24 ชั่วโมง และเป็นจุดเริ่มต้นที่คนไทยได้เรียนรุ้เรื่องเวลาบนนาฬิกา


จุดต่อไปที่หลายๆคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่าในสถานีเคยมีโรงแรมอยู่ด้วย แล้วมันอยู่ตรงไหน ? โรงแรมในสถานีกรุงเทพมีชื่อว่า โรงแรมราชธานี ทางเข้าโรงแรมจะอยู่ฝั่งที่ตั้งห้องน้ำ ณ ปัจจุบัน บันไดทางขึ้นโรงแรมเป็นหินอ่อน เสาที่ตั้งไว้ก็เป็นหินอ่อน เพดานเป็นไม้และมีลายแบบจีน ถ้าเราไม่สังเกตุก็จะไม่รู้เลยครับว่านี่คือจุดต้อนรับลูกค้าและเป็นทางขึ้นไปยังห้องพัก



เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมถึงมีโรงแรมในสถานีรถไฟด้วย ? คำตอบคือ ในสมัยนั้นรถไฟไม่สามารถวิ่งตอนกลางคืนได้เพราะห่วงความปลอดภัยและรถในสมัยนั้นใช้ความเร็วต่ำ เวลาจะเดินทางข้ามภาคจะต้องใช้เวลาหลายวัน เลยต้องแวะพักตามสถานีใหญ่ๆก่อน เพื่อที่จะต่อรถวันรุ่งขึ้นได้ และโรงแรมที่สถานีกรุงเทพก็คือ โรงแรมราชธานี และปัจจุบันก็ไม่ได้ดำเนินการแล้วและกลายเป็นสำนักงานของเจ้าหน้าที่รถไฟแทน


และจุดต่อไปเป็นจุดที่ผู้โดยสารจะต้องเดินผ่านแน่นอน นั่นก็คือ ชานชาลาขึ้นรถไฟ จุดเด่นที่ตรงนี้คือโถงที่ใหญ่และโครงสร้างที่แข็งแรง ตั้งแต่เริ่มต้นนั้นบริเวณนี้จะมีแค่ 4 ชานชาลาเท่านั้น กาลเวลาผ่านไปและจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น เลยมีการสร้างจำนวนชานชาลาเพิ่มขึ้นดั่งที่เราเห็นในปัจจุบัน




และมีอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจกลางห้องโถงใหญ่ที่ชานชาลาคือ ภาพวาดเตือนอันตรายต่างๆในการเดินทา รูปภาพสีพร้อมคำอธิบายสั้นๆ บางภาพก็แอบน่ากลัวครับ


และแล้วเราก็มาถึงพระเอกของเรา นั่นก็คือ รถไฟในรูปแบบต่างๆ ผมไม่ค่อยมีความรู้เรื่องรถไฟเลยมีแต่รูปภาพมาให้ดูนะครับ




















หลังจากที่ผมได้ถ่ายรถไฟตามที่ต้องการแล้ว ผมก็เริ่มเดินออกจากชานชาลาและมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ เพื่อที่จะเดินไปดูจุดที่ตอกหมุดการรถไฟหลวงครั้งแรกของประเทศไทยและคาดว่าบริเวณนั้นคือสถานีดั้งเดิมของสถานีกรุงเทพอีกด้วย



ถึงละครับ อนุสรณ์ปฐมฤกษ์รถไฟหลวง เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการที่พระองค์ทรงพระราชทานการรถไฟและเสด็จฯมาทรงประกอบพระราชพิธีเปิดเดินรถไฟหลวงสายแรกในสยาม


ด้านหลังอนุสรณ์จะมีหัวรถจักรหมายเลข 714 ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวรถจักรที่ใช้ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองโดยกองทัพญี่ปุ่นที่ยังคงเหลืออยู่


จบละครับสำหรับทริปถ่ายรูปของผมที่สถานีรถไฟกรุงเทพ ดีใจที่ได้มาเยือนอีกครั้งและได้ภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกเยอะเลยครับ

สุดท้ายนี้ขอบคุณสถานีกรุงเทพที่อยู่กับคนไทยมาเป็นร้อยปีและยังคงเป็นที่พึ่งของคนไทยตลอดไป และผมขอให้ผู้โดยสารทุกท่านเดินทางโดยสวัดิภาพนะครับ แล้วเก็บมาแชร์ให้ผมดูด้วยนะครับ โดยสามารถแชร์รูปและติดตามเพจของผมได้ที่ www.facebook.com/nasiam.official
อย่าลืมแชร์ความทรงจำพร้อมรูปภาพของผมด้วยนะครับ ไว้ทริปหน้าผมจะมาเขียนและถ่ายรูปสวยๆมาให้ชมกันอีกครับ

ขอบคุณครับ

Comments